คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วนของเว็บไซต์นี้ซึ่งใช้ข้อมูลน้อยลง ดูเวอร์ชันหลักของเว็บไซต์ที่มีภาพและวิดีโอทั้งหมด
โทนี ไจลส์ ชายตาบอดผู้ฝันจะเที่ยวรอบโลก
"ผมไปเที่ยวมาทุกทวีปในโลกแล้ว แอนตาร์กติกาด้วย เป้าหมายผมคือการไปเที่ยวทุกประเทศในโลก"
โทนี ไจลส์ ทั้งตาบอดและหูหนวกทั้งสองข้าง แต่ความรักที่จะท่องเที่ยวพาเขาเดินทางไปกว่า 130 ประเทศแล้ว
"บางคนจะพูดว่าการท่องเที่ยวในแบบผมมันช่างสุดโต่งมาก ผมจะแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราสามารถเห็นโลกในแบบที่แตกต่างออกไปได้" นักเดินทางวัย 41 ปีชาวอังกฤษกล่าว
รายการ Travel Show ไปพบและพูดคุยกับเขาระหว่างทริปล่าสุดของเขาที่เอธิโอเปีย
รู้สึกด้วยการสัมผัส
"ผมได้ยินเสียงคนพูดคุย ผมเดินขึ้นลงเขา ผมสัมผัสมันได้ผ่านผิวหนังและด้วยเท้า นั่นคือวิธีที่ทำให้ผมเห็นว่าแต่ละประเทศเป็นอย่างไร" โทนี เล่า
เขาใช้เวลา 20 ปีที่ผ่านมาในการท่องเที่ยวไปยังที่แปลกใหม่ และระหว่างหนึ่งในทริปนั้นเขาก็ได้เจอกับแฟนสาวชาวกรีกซึ่งตาบอดเช่นกัน
ปีที่แล้ว เขาไปรัสเซียกับเธอ เดินทางข้ามประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยรถไฟ แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาชอบเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว
ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่
เงินที่เขาใช้เที่ยวมาจากเงินบำนาญของพ่อ ซึ่งเขาวางแผนล่วงหน้าอย่างระมัดระวัง แม่เขาจะเป็นคนช่วยจองตั๋วเครื่องบินให้ เขาบอกว่าเว็บไซต์สายการบินส่วนใหญ่ไม่ได้ทำระบบเพื่อเอื้อสำหรับคนตาบอด
ก่อนไปเที่ยว เขาจะติดต่อไปยังคนที่สามารถให้การช่วยเหลือขณะอยู่ที่ประเทศนั้น ๆ ผ่านเว็บไซต์ก่อน
"ผมไม่สามารถหยิบหนังสือนำเที่ยวขึ้นมาแล้วก็ชี้ ๆ ว่าผมจะไปที่นั่นที่นี่ ผมต้องมีความรู้เรื่องประเทศนั้น ๆ ก่อนไป ผมมีความจำดี และก็วางแผนเส้นทางก่อนไป"
เมื่อไปถึงประเทศใหม่ ๆ การไปที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเองทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น
"บางครั้งผมไม่รู้เลยว่าจะไปเจอใคร และจะเกิดอะไรขึ้น นั่นคือการผจญภัยสำหรับผม"
ความพิการ
โทนีเริ่มรู้ว่าความสามารถในการมองเห็นเขามีปัญหาตอนอายุได้ 9 เดือน และตาบอดอย่างสิ้นเชิงตอนอายุ 10 ขวบ
ก่อนจะอายุ 6 ขวบ หมอวินิจฉัยว่าเขาหูหนวกเป็นบางส่วน ตอนนี้เขาใช้เครื่องช่วยฟังแต่ก็ยังไม่สามารถได้ยินเสียงทั้งหมดได้
"ผมวิตกกังวลคิดมากเรื่องตาบอดเป็นเวลานานหลายปีช่วงวัยรุ่น"
เป็นช่วงระหว่างที่เขาเข้าเรียนโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกที่เมืองบอสตันในสหรัฐฯ ตอนอายุ 16 ปี
เมื่อโตขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ยังรุมเร้าเป็นอุปสรรคในการท่องเที่ยวของเขา ตัวอย่างเช่น เมื่อปี 2008 ที่เขาเกิดภาวะไตวาย และต้องเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตซึ่งพ่อเลี้ยงเขาเป็นผู้บริจาคให้เอง
ติดเหล้า
เขาสูญเสียพ่อไปตอนอายุ 15 ปี เสียเพื่อนสนิทผู้พิการเหมือนกันไปตอนอายุ 16 ปี
พ่อของโทนีทำงานในเรือขนส่งสินค้า เรื่องราวจากแดนไกลทำให้เขาเริ่มอยากออกเที่ยวบ้าง
"เมื่อเริ่มคิดได้ ผมก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาว่าชีวิตยังมีหนทางอื่นให้เลือก"
หลีกหนีความรู้สึก
มี.ค. 2000 เขาเริ่มเที่ยวแบบแบ็คแพ็คเป็นครั้งแรก ไปนิวออร์ลีนส์
"ผมไม่รู้เลยว่ากำลังไปไหน อยู่ดี ๆ ก็หยุดชะงักไป จากนั้นผมก็เริ่มค่อย ๆ หายใจเข้า-ออก และพูดกับตัวเองว่า โทนี ถ้าไม่อยากไป ก็กลับบ้านซะ"
เขาตัดสินใจเดินหน้าต่อ และจากนั้นเป็นต้นมาก็ไปเที่ยวมาครบทุกรัฐในสหรัฐอเมริกาแล้ว
"เหตุผลหลักอย่างหนึ่งที่ผมเริ่มไปเที่ยวคือการหลีกหนี หลีกหนีจากอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง"
การไปที่ต่าง ๆ ช่วยทำให้เขามีกำลังใจ
"ยิ่งได้เจอคนมากขึ้น ผมก็เริ่มเข้าใจว่าคนอยากอยู่กับผมไม่ใช่เพราะผมตาบอด แต่เป็นเพราะตัวตนของผม"
ง่ายที่สุด
โทนีเที่ยวอย่างประหยัดที่สุด เขาชอบใช้รถโดยสารสาธารณะ และเลือกที่พักแบบง่าย ๆ อย่างที่เห็นตอนเขาอยู่ในกรุงแอดดิส อาบาบา ของเอธิโอเปีย
"ที่อยู่เป็นแบบลำบาก ๆ ง่าย ๆ ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันทำให้ประสาทสัมผัสผมรับรู้สึกต่าง ๆ ได้ดีขึ้น"
เจ้าของบ้านยินดีที่จะทำอาหารให้โทนีโดยใช้วัตถุดิบที่ซื้อมาจากตลาด
"ผมได้ยิน ได้กลิ่น และสัมผัสได้ถึงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวผม"
เขาชอบที่จะจับและสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ การได้คุยกับคน ได้ยินคนพูด ช่วยให้เขาเห็นภาพมากขึ้น
ในกรุงแอดดิส อาบาบา เขาไปพิพิธภัณฑ์ซึ่งเขาได้รับอนุญาตให้สัมผัสสิ่งของที่จัดแสดงอยู่ เขาบอกว่า การได้สัมผัสทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง ไม่เหมือนกับที่หลายพิพิธภัณฑ์อื่น
หลงทาง
เขาพยายามไปในที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ไปกัน ที่เอธิโอเปีย เขาไปทะเลสาบที่คนไม่ค่อยไปเที่ยวกัน และก็เอาปลาให้นกน้ำกิน
บางทีเขาจะจ้างคนในพื้นที่ให้นำเที่ยว แต่บ่อยครั้งก็ไปด้วยตัวเอง และก็มักจะหลงทาง
แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาตื่นตระหนก เขาจะรอให้คนที่เดินผ่านไปมาเข้ามาช่วย
"อาจจะมีคนสัก 10 คนเดินผ่าน และจะมีคนหนึ่งที่เข้ามาถามว่า คุณหลงทางเหรอ ให้ช่วยไหม"
โทนีเล่าว่า คนแปลกหน้าเคยพาเขาไปบ้าน ทำอาหารให้กิน ก่อนที่จะพาเขากลับไปยังที่พักด้วย
เชื่อใจคนแปลกหน้า
การกดเงินและจัดการกับแบงค์เงินต่างประเทศเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเขา
"ผมต้องหาคนที่ผมจะสามารถเชื่อใจได้ ต้องค่อย ๆ ลองใจ ฟังเรื่องราวของพวกเขา"
หลังจากพอใจแล้ว เขาจึงไปตู้เอทีเอ็มกับคนแปลกหน้า พอกดเงินเสร็จก็จะให้คนแปลกหน้าช่วยบอกให้ว่าเป็นแบงค์อะไรบ้าง
อาหารและดนตรี
ระหว่างเที่ยว เขาจะพยายามเล่นเครื่องดนตรีประเภทต่าง ๆ
"สิ่งที่ผมรักที่สุดอย่างหนึ่งคือดนตรี ผมเชื่อมโยงกับมันได้ รู้สึกได้ถึงจังหวะ มันสามารถข้ามทุกพรมแดน"
นอกจากนี้ เขาจะพยายามลองอาหารพื้นถิ่นที่เป็นที่นิยมด้วย
น่าเหลือเชื่อ
เขาเดินทางไปสถานที่ที่น่าประทับใจต่าง ๆ และก็ชอบถ่ายรูปไว้ด้วย
แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นรูปเองได้ แต่เขาก็เอารูปขึ้นเว็บไซต์ตัวเองให้คนอื่นได้เข้าไปดู
บางครั้งเขาพบกับคนที่งุนงงว่าทำไมเขาถึงชอบท่องเที่ยว
"ทำไมคนตาบอดถึงอยากจะไปเที่ยวรอบโลก"
คำตอบง่าย ๆ ของเขาคือ "แล้วทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ"