เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 : อินเดียคาดหวังอะไรจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป

A composite image of US President Donald Trump, Indian Prime Minister Narendra Modi and US presidential candidate Joe Biden
Published

นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความสัมพันธ์ส่วนตัวสนิทสนมกันดี แต่ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียจะเลือกทรัมป์หรือเปล่าในการเลือกตั้งครั้งนี้

หากย้อนดูประวัติศาสตร์แล้ว กลุ่มคนเชื้อชาตินี้ในสหรัฐฯ มักจะเทใจให้พรรคเดโมแครตมากกว่า

คำถามสำหรับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเชื้อสายอินเดียในสหรัฐฯ และชาวอินเดียเองคือ ทรัมป์ หรือโจ ไบเดน จะทำอะไรให้ประเทศพวกเขาได้บ้างหากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

ความขัดแย้งในภูมิภาคลาดักห์

The mountainous disputed region of Ladakh

ตั้งแต่ช่วงเม.ย.-พ.ค. เป็นต้นมา อินเดียและจีนต่างส่งกำลังทหารไปบริเวณพื้นที่พิพาทของสองชาติบนเทือกเขาหิมาลัยฝ่ายละราว 5 หมื่นนายแล้ว จนมีการปะทะกันถึงชีวิตในเดือน มิ.ย.

สหรัฐฯ แสดงออกอย่างเปิดเผยมาตลอดว่าต้องการจะช่วยอินเดียในเรื่องนี้ และนักการทูตอินเดียบางคนก็เห็นด้วยว่าพวกเขาต้องการสหรัฐฯ ในการกดดันให้จีนย้ายออกจากบริเวณที่ถูกกล่าวหาว่าไปรุกล้ำ

เมื่อต้นเดือน ต.ค. อินเดีย สหรัฐฯ พร้อมทั้งญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ก่อตั้งกลุ่มที่เรียกว่า "ควอด" (Quad) เพื่อหารือกันเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจีนที่ขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อย ๆ

บางฝ่ายคาดกันว่า สหรัฐฯ พยายามจะปรับกลุ่มประเทศนี้ให้กลายเป็นเหมือนองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต

Representatives of the US Australia, India and Japan at a meeting of a group known as "The Quad" in Tokyo
คำบรรยายภาพ, The US, Australia, India and Japan form a group known as "The Quad"

ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

นี่เป็นช่วงที่ความสัมพันธ์สองประเทศใกล้ชิดที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา จากที่ตอนสงครามเย็นและที่สหภาพโซเวียตบุกอัฟกานิสถาน อินเดียวางตัวไม่เป็นพันธมิตรฝ่ายใด ประธานาธิบดีบิล คลินตัน เดินทางไปเยือนอินเดียเมื่อปี 2000 ซึ่งถึงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 25 ปี ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์ในเชิงยุทธศาสตร์เมื่ออินเดียลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ไปเยือน

ต่อมา ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ไปเยือนอินเดียสองครั้งด้วยกัน ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะไปเยือนอีกทีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ไม่เต็มใจ

อย่างไรก็ดี อินเดียก็ดูยังไม่ค่อยเต็มใจจะรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เท่าไรนัก

ดร.นิตาชา คอล จากมหาวิทยาลัยเวสต์มินสเตอร์ ในลอนดอน บอกว่า แถลงการณ์ที่เป็นคำพูดจากรัฐบาลของทรัมป์ถือว่าไม่มีน้ำหนักมากนักเมื่อนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ สวนทางกับแนวคิด "อเมริกาต้องมาก่อน" ของทรัมป์

ถึงแม้ว่าสหรัฐฯ ตั้งใจจะช่วยอินเดียจริง ๆ ดร.คอล บอกว่าก็เจาะจงยากว่าสหรัฐฯ จะช่วยอย่างไรเรื่องความขัดแย้งในภูมิภาคลาดักห์

"สหรัฐฯ อาจจะช่วยได้มากที่สุดก็เรื่องข่าวกรองทางทหาร (ซึ่งจะเป็นไปอย่างจำกัด) อุปกรณ์เครื่องมือ และการฝึกทหาร แต่ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ส่งสารเชิงสัญลักษณ์ไปยังจีนให้ลดความตึงเครียด" ดร.คอล กล่าว

Composite image showing Xi Jinping, Narendra Modi and Donald Trump

และแม้ว่าสหรัฐฯ อยากจะช่วยจริง ชาวอินเดียก็ไม่ได้มองสหรัฐฯ ในภาพลักษณ์ที่ดีนัก เพราะว่าสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรปากีสถานมาหลายทศวรรษ และบางฝ่ายในอินเดียก็มองว่านี่ทำให้สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือไม่ได้

ไม่ต่าง

ที่ผ่านมา อินเดียระมัดระวังมากที่จะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และนักการทูตหลายคนก็เชื่อว่าผลการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ทรัมป์และไบเดนเห็นต่างกันเกือบทุกเรื่องยกเว้นเรื่องอินเดีย

ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าหลังการเลือกตั้ง สหรัฐฯ ก็จะยังคงสนับสนุนอินเดียต่อไปในความขัดแย้งกับจีน