คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วนของเว็บไซต์นี้ซึ่งใช้ข้อมูลน้อยลง ดูเวอร์ชันหลักของเว็บไซต์ที่มีภาพและวิดีโอทั้งหมด

พาฉันไปที่เว็บไซต์หลัก

เกาะติดเหตุสลายการชุมนุม "คณะราษฎร" ที่แยกปทุมวัน

ก่อนถึงเวลานัดรวมตัวเวลา 17.00 น. ไม่ถึงชั่วโมง คณะราษฎรประกาศย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เป็นแยกปทุมวัน ขณะที่ กอร.ฉ. ประกาศว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

รายงานสด

  1. ย้อนดูบรรยากาศช่วงเคลื่อนขบวน

    สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาติดตามชมการรายงานสดผ่านไลฟ์เพจของบีบีซีไทย วิดีโอด้านล่างนี้เป็นบรรยากาศในช่วงที่ผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล

  2. เผชิญแนวกั้นเป็นระยะ

    ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยรายงานว่าตลอดเส้นทางการเคลื่อนขบวน ผู้ชุมนุมต้องเผชิญแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ โดยเมื่อมาถึงแนวกั้นที่สามบริเวณใกล้แยกสนามม้านางเลิ้งเดิม แกนนำได้ขอให้ผู้ชุมนมนั่งลงกับพื้น

  3. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อขบวนเคลื่อนถึงสะพานเทวกรรมรังรักษ์ ซึ่งเป็นสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษม ผู้ชุมนุมได้พบกับแผงกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจาขอให้เปิดทาง

    ในเวลาเดียวกันนั้นแกนนำผู้ชุมนุมได้ตะโกนเพิ่มแรงกดดันต่อเจ้าหน้าที่หลังการเจรจาผ่านไปนาน 5 นาที "(ให้เวลา) ห้านาที ๆ ๆ"

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการกดดันกันไปมา และมีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งคน

    ขณะที่บริเวณถนนลูกหลวงมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ก็มีการวางแผงและรั้วลวดหนาม พร้อมประจำการเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลด้วย

  4. ผู้ชุมนุมชูสัญลักษณ์สามนิ้ว

  5. ภาพจากบริเวณป้อมมหากาฬ

  6. ขอเปิดทางให้ประชาชน

    ธันยพร บัวทอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยซึ่งเกาะติดการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุม รายงานว่า แกนนำผู้ชุมนุมได้กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงขอให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้ประชาชน ขณะที่มวลชนร่วมตะโกน "เปิดทาง ๆ "

    แกนนำบนรถปราศรัยกล่าวว่า "ขอพี่ ๆ อย่าใช้ความรุนแรงกับเรา"

    เมื่อขบวนเคลื่อนถึงแยกป้อมมหากาฬซึ่งมีแนวกั้นของตำรวจปิดกั้นเส้นทางอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจรจากับแกนนำผู้ชุมนุม และใช้รถขยายเสียงขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมใช้เส้นทาง ถ.นครสวรรค์ เพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลแทน

    ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าแกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศว่าการเคลื่อนขบวนจะใช้เส้นทางสะพานผ่านฟ้าลีลาศก่อนจะเบี่ยงเข้าถนนนครสวรรค์

  7. ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนแล้ว

    กลุ่มผู้ชุมนุมในนาม “คณะราษฎร” ได้เคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาลแล้ว

    ก่อนเคลื่อนขบวน นายอานนท์ นำภา ได้ประกาศต่อผู้ชุมนุม เน้นย้ำเรื่องสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรง และให้ฟังสัญญาณจากรถปราศรัยของแกนนำ

    นายอานนท์ได้นำมวลชนท่องบทกลอนของวิสา คัญทัพ ที่แต่งขึ้นในเหตุการณ์ชุมนุม 14 ตุลาคม 2516 ก่อนเคลื่อนขบวน ซึ่งผู้ร่วมชุมนุมเดินตามขบวนรถปราศรัยหลัก 3 คัน ซึ่งมีแกนนำประจำรถทุกคัน

  8. "สุเทพ" มาตามนัด

    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและอดีตแกนนำ กปปส. เดินทางมาถึงบริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ มุมถนนราชดำเนินกลาง เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อร่วมรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเสด็จวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

    ทันทีที่เดินทางมาถึง กลุ่มมวลชนคนเสื้อเหลืองที่รวมตัวกันตั้งแต่ช่วงสายได้กรูกันเข้าไปต้อนรับและขอถ่ายรูปด้วย

    ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่นายสุเทพจะเดินทางมาถึงไม่นาน ได้เกิดเหตุปะทะกันเล็กน้อยระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและกลุ่มเสื้อเหลืองบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

  9. "คณะราษฎร" ยึดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและมวลชนเสื้อเหลืองปะทะกันเป็นครั้งที่สอง

    เวลา 13.30 แกนนำคณะราษฎรได้ประกาศให้ผู้ชุมนุม ทยอยไปขนต้นไม้ใน “สวน” รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออกไปวางบนถนน เพื่อจะตั้งเวทีที่อนุสาวรีย์โดยก่อนหน้านี้แกนนำประกาศว่าเป็นกิจกรรม “ยึดอนุสาวรีย์ฯ กลับมาเป็นของประชาชน”

    ระหว่างนั้นได้เกิดเหตุวุ่นวายอีกรอบ เมื่อประชาชนเสื้อเหลืองหลายสิบคนวิ่งกรูกันเข้าไปที่อนุสาวรีย์ และมีชายเสื้อเหลืองคนหนึ่งเขวี้ยงร่มเข้าใส่ฝูงชน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบเข้ามาแยกประชาชนทั้ง 2 ฝ่ายเป็นครั้งที่ 2

    ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรยังคงทยอยขนต้นไม้ประดับออกจากอนุสาวรีย์ และส่งต่อกันไปวางบนบาทวิถีของ ถ.ราชดำเนินกลาง และแกนนำ นำโดยนายภาณุพงศ์ จาดนอก ได้เข้าไปยึดพื้นที่บริเวณฐานอนุสาวรีย์ได้สำเร็จ

    เหตุการณ์นี้นับเป็นการปะทะกันครั้งที่ 2 ของผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยก่อนหน้านี้ เวลาประมาณ 13.05 น. มวลชนที่สวมเสื้อสีเหลืองและมวลชนคณะราษฎร ได้มีการปะทะกันเล็กน้อย ระหว่าง และมีการขว้างปาขวดน้ำใส่กัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 1 ราย

  10. แนวร่วมคณะราษฎร ปะทะ คนเสื้อเหลือง

    เวลา 13.05 น. ได้เกิดเหตุกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม หลังมีการตะโกนด่าทอกันไปมา ก่อนพัฒนาเป็นการทำร้ายร่างกายกัน ทำให้ประชาชนเสื้อเหลืองซึ่งรวมตัวกันอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนนราชดำเนินกลางได้ลุกฮือไปประชิดแนวผู้ชุมนุม “คณะราษฎร” บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลังจากนั้นมีการเขวี้ยงปาขวดน้ำใส่กัน

    อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยตั้งแนวเพื่อแยกมวลชน 2 กลุ่มออกจากกัน พร้อมประกาศผ่านรถเครื่องขยายเสียงให้ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ในความสงบ อย่ายั่วยุซึ่งกันและกัน พร้อมขอให้คนเสื้อเหลืองถอยกลับไปอยู่บนบาทวิถี ฝั่งหอศิลป์ร่วมสมัย

    "แต่ละฝ่ายมีพื้นที่ของตัวเองอยู่แล้ว เราเห็นต่างแต่อยู่ร่วมกันได้นะครับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศวนไปวนมา หลังความวุ่นวายสงบลงในเวลาราว 10 นาที ขณะที่แกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่อยู่บนรถปราศรัยหลัก ได้แก่ พริษฐ์, ปนัสยา, ภาณุพงศ์และอานนท์ ได้พยายามประกาศเรียกผู้ชุมนุมให้กลับเข้าด้านหลังแนวรั้วกั้นและหน้ารถปราศรัยใหญ่

    เบื้องต้นมีรายงานว่าผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน

  11. อานนท์ นำภา: "ทุกคนมีสิทธิใช้ถนน"

    นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำจัดการชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ประกาศย้ำเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (14 ต.ค.) ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่สกัดขัดขวางรถยนต์ใด ๆ ทั้งสิ้น ไมว่าจะเป็นรถสาธารณะ รถเก็บขยะ รถแท็กซี่หรือขบวนเสด็จฯ เพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการใช้ถนน

    รู้จักลูกชาวนาผู้กล้าตั้งคำถามกับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้จากรายงานชิ้นนี้ https://bbc.in/3dsfOXu

  12. สิระ-ปารีณา "ไม่ได้มาเพื่อมีปัญหากับใคร", ส.ส.พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่ามาแสดงความจงรักภักดี ไม่เกี่ยวข้องการเมือง

    นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ และน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เพื่อรอรับเสด็จฯ พร้อมกับประชาชนที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองซึ่งขณะนี้ได้จับจองพื้นที่2 ฝั่งถนนราชดำเนินนอกแล้ว

    ส.ส. ทั้งสองคนยังได้นำมวลชนโบกธงและกล่าวทรงพระเจริญในบริเวณรอบการชุมนุมด้วย

    นายสิระกล่าวว่าเขาและประชาชนชาวเขตหลักสี่ประมาณ 500 คน มารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี ในฐานะที่เป็น ส.ส.และได้กล่าวคำปฎิญาญตนมาแล้ว และในฐานะประชาชนคนไทยที่มีสถาบันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

    นายสิระฝากถาม ส.ส. ทุกคนว่าหากไม่ปกป้องยังสมควรเป็นตัวแทนของประชาชนอยู่หรือไม่

    ด้าน น.ส.ปารีณากล่าวทำนองเดียวกันว่าเธอมาเพื่อรอรับเสด็จฯ ไม่ได้มาเพื่อมีปัญหากับใคร ไม่เกี่ยวกับการเมือง ทางฝ่ายผู้ชุมนุมมีการปิดเส้นทางเสด็จ สร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมืองก็พิจารณาเอาเองถึงความเหมาะสม

  13. ระดมตำรวจ 95 กองร้อยคุมฝูงชน

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) งัด "แผนชุมนุม 63" ซึ่งจัดทำขึ้นมาใหม่และทดลองใช้ครั้งแรกในระหว่างการชุมนุมของ "แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. มาใช้รับมือกับการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.

    ตร. มีคำสั่งระดมตำรวจ 95 กองร้อย จากกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.) เข้ามาสนับสนุนภารกิจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พร้อมอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ครบมือ

    ขณะที่กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เตรียมสกัดขบวนผู้ชุมนุมให้หยุดอยู่ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถ.พิษณุโลก ยาวไปถึงแยกนางเลิ้ง

    ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่นำรถเมล์และเครื่องกีดขวางมากั้นบริเวณแยกผ่านฟ้าตัดถนนราชดำเนินกลาง โดยมีรถเมล์กว่า 10 คัน จอดเรียงกันเป็นสองแนว โดยแนวหลังมีการนำแบริเออร์และลวดหนามมาวางกั้นไว้ด้วย

  14. นพ.เหรียญทอง: "ไม่ได้ต้องการจะทำร้ายใคร"

    นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะและผู้ก่อตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดิน เดินทางมาถึงหน้ากระทรวงศึกษาธิการเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เพื่อสมทบกับกลุ่มประชาชนผู้รักสถาบันพระมหากษัตริย์ที่นำโดยนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ และกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงที่มารวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว

    นพ.เหรียญทองกล่าวว่าที่เขามาวันนี้ "ไม่ได้ต้องการจะทำร้ายใคร" และมองว่า "พวกที่ต้องการจะขัดขวางขบวนเสด็จเป็นพวกขยะ"

  15. "ผู้พิทักษ์แกนนำ"

    "บอกตรงๆ ว่ากลัว แต่คิดว่าต้องออกมาเพื่อเปลี่ยนแปลง" นักศึกษาหญิงวัย 20 ปี คณะนิติศาสตร์ มธ. ปี 1 บอกกับบีบีซีไทย ขณะกำลังทำหน้าที่การ์ดดูแลแกนนำและรถแกนนำ ที่ถนนราชดำเนิน

    นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่เธอมาทำหน้าที่นี้ หลังจากการชุมนุมที่ มธ. ศูนย์รังสิต เมื่อ 10 ส.ค.และการชุมนุมที่สนามหลวงเมื่อ 19-20 ก.ย.

    กลุ่มการ์ดนักศึกษาชาย-หญิง ซึ่งยืนล้อมรอบเวทีปราศรัยและรถเวทีเคลื่อนที่กว่า 40 คน มาจากหลากหลายสถาบันการศึกษา หน้าที่ของพวกเขาและธอคือการปกป้องแกนนำ ไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าถึงตัว

    นักศึกษาหญิงรายนี้บอกกับบีบีซีไทยว่า หลักเบื้องแรกในการทำหน้าที่ คือ ใช้วิธีเจรจาจนถึงที่สุด ไม่มีใครอยากให้ปะทะหรือมีความรุนแรง ส่วนการมาทำจุดนี้ ต้องเตรียมพร้อมร่างกาย จิตใจ อุปกรณ์ป้องกันฝน น้ำดื่ม มีการอบรมวิธีใช้หน้ากากกันแก๊สน้ำตา และแว่นตา

    "ถ้าแกนนำโดนรวบ โดนจับ ก็ไม่แน่ใจว่าการชุมนุมจะเป็นยังไงต่อ คิดว่าทุกคนที่มาทำตรงนี้ช่วยกันเต็มที่" เธอกล่าว และบอกว่า ผู้ปกครองรับทราบว่ามาทำหน้าที่ตรงนี้ แม้ทางบ้านจะกังวล แต่ไม่เคยห้ามแต่ขอให้ระมัดระวัง

  16. #ไอดอลปลดแอก ติดเทรนด์ไทยหลังสมาชิก BNK48 ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย

    ช่วงเช้าวันนี้ (14 ต.ค.) แฮชแท็ก #ไอดอลปลดแอก ขึ้นเทรนดิ้งในทวิตเตอร์ไทยด้วยจำนวนมากกว่า 200,000 ทวีต สืบเนื่องจากสมาชิก BNK48 ได้แก่ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, "ฝ้าย" สุมิตรา ดวงแก้ว, "เปี่ยม" รินรดา อินทร์ไธสง และ "เข่ง" จุฑามาศ คลทา ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาผ่านโซเชียลมีเดีย ต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าควบคุมตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ "ไผ่ ดาวดิน" แกนนำกลุ่ม "คณะราษฎรอีสาน" และศิลปินนักร้อง "แอมมี่ The Bottom Blues" และคนอื่น ๆ รวม 21 คน ซึ่งล่วงหน้ามาปักหลักชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.)

    นอกจากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เจนนิษฐ์และฝ้ายยังไลฟ์บนอินสตาแกรมเป็นเวลาเกือบ 40 นาทีเพื่อถกประเด็นทางสังคมและการเมือง ช่วงหนึ่งของการไลฟ์ เจนนิษฐ์กล่าวว่า "ถ้าสื่อกับเรารวมกันมันง่ายมากเลยที่จะเปลี่ยนแปลงแต่สื่อกลัวอะไรหรือเพราะเราโดนทำให้กลัว" ส่วนฝ้ายพูดว่า "พอเราลุกขึ้นยืนเพื่อประชาชนแล้วเราจะถอยไม่ได้ อีกอย่างที่ว่ากันว่า Once you stand for people, you stand for them forever."

    ทั้งคู่กล่าวว่าขณะนี้ในวงมีการตั้งกลุ่ม "ไอดอลปลดแอก" เพื่อให้สมาชิกได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองยังมีอีกหลายคนในวงที่อยากออกมาพูดแต่ยังพูดไม่ได้ และบางคนก็ยังถูกสั่งให้ลบโพสต์

    สมาชิก BNK48 ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้ได้รับกระแสตอบรับหลากหลาย บ้างเห็นด้วยที่คนดังออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน แต่บางส่วนก็ไม่เห็นด้วยเนื่องจากไอดอลควรวางตัวเป็นกลาง และถือเป็นการฝ่าฝืนกฎห้ามพูดเรื่องการเมืองของวง

  17. ผบช.น. ถูกไล่ออกจากที่ชุมนุม

    เวลา 10.56 น. เกิดเหตุชุลมุนขึ้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อมีบุคคลใส่เสื้อสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนที่ออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เดินทางเข้ามาบริเวณที่ชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ จนเกือบจะเกิดการปะทะกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดของผู้ชุมนุมจึงได้เข้ามาห้ามปราม สถานการณ์จึงสงบลงพักหนึ่ง

    แต่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ก็เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกเมื่อ พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยนายตำรวจ 2-3 นาย เดินเข้ามายังพื้นที่การชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมได้ยึดพื้นที่ถนนราชดำเนินกลางทุกช่องทางแล้ว ผบช.น. ได้เดินไปยังรถปราศรัย แกนนำบนรถปราศรัยได้ถามว่า "มาทำอะไร" แต่ไม่มีคำตอบจาก ผบช.น. จากนั้นจึงเกิดความชุลมุนเล็กน้อยจน ผบช.น. เดินออกจากพื้นที่ โดยมีมวลชนจำนวนหนึ่งเดินตามกดดันออกจากบริเวณที่ชุมนุม ระหว่างนั้นมีประชาชนปาขวดน้ำ 1-2 ขวด แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

    ต่อมาเวลา 11.08 น. ขบวนมอเตอร์ไซค์ที่มีธงชาติ "ธงมหาราช" และธงสีส้มของกลุ่มประชาชนปกป้องสถาบันฯ ขับมาวนบริเวณที่ชุานุม และมีการเร่งเครื่องเสียงดังคล้ายเป็นการก่อกวน ก่อนจะขับผ่านไป ทำให้การ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมรีบตั้งแนวกั้นเพื่อป้องกันการยั่วยุมาห้ามเริ่มขยับจนการ์ด ต้องรีบวิ่งเข้ามาตั้งแนวกั้น ที่ฝั่งหนึ่งของวงเวียนมุ่งหน้าสะพานผ่านฟ้า

  18. ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดติดลบกว่า 10 จุด, นักวิเคราะห์คาดว่าสาเหตุหนึ่งมาจากแรงกดดันจากการชุมนุม

    การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วงเช้าวันนี้ (14 ต.ค.) เปิดตลาดที่ระดับ 1,262.62 จุด ดัชนีปรับตัวลดลง 11.17 จุด ขณะที่บรรดาบริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ มองว่า ปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาคือ การชุมนุมของนักศึกษา

    รายงานการวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป รายงานว่า มีสองปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นวันนี้ คือ

    • การอ่อนตัวของการดัชนีดาวน์โจนส์ ของสหรัฐ หลังจากมีข่าวลบจากการที่บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันส์ ยุติการผลิตวัคซีนต้านโรคโควิด-19 หลังพบอาสาสมัครรายหนึ่งล้มป่วยลง
    • การชุมนุมของกลุ่ม "คณะราษฎร" ซึ่งหากเกิดความรุนแรงอาจจะทำให้ตลาดตอบรับในเชิงลบ

    ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในรายงานวิเคราะห์ว่า ให้จับตามการชุมนุมของคณะราษฏรที่นัดรวมตัวที่ถนนราชดำเนินตั้งแต่เวลา 8.00 น. นอกจากนี้ยังมีการนัดรวมตัวของอีกหลายกลุ่ม อย่างไรก็ตาม รายงานชิ้นนี้ระบุว่าประเมินสถานการณ์ได้ยาก แต่ก็หวังว่าจะเป็นไปด้วยดีและต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการเคลื่อนม็อบชนม็อบ หรือ มีการเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจและผู้ชุมนุมหรือไม่ หากเกิดขึ้นจะสร้างความเปราะบางให้กับสถานการณ์ในประเทศอีกครั้ง

  19. กลุ่มคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์แสดงพลัง

    ภาพชุดกลุ่มคนรักสถาบันฯ ที่มารวมตัวกันริมถนนราชดำเนินนอก บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กองทัพภาคที่ 1 และสะพานมัฆวานรังสรรค์

  20. ขบวนเสด็จ

    การชุมนุมของ "คณะราษฎร" รอบนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากน้อยเพียงใด เพราะเกิดขึ้นในวัน-เวลา-สถานที่ใกล้เคียงกับการประกอบพระราชกรณียกิจ

    มีการเผยแพร่หมายกำหนดการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงตั้งเปรียญธรรม 9 ประโยค และเปรียญธรรม 6 ประโยค แก่พระภิกษุสามเณร ในเวลา 17.00 น ของวันที่ 14 ต.ค. ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

    ก่อนถึงวันชุมนุมมีท่าทีจากฝ่ายต่าง ๆ ดังนี้

    แกนนำคณะราษฎร: ยืนยัน "ไม่ขัดขวางขบวนเสด็จ" แต่ "ผู้ชุมนุมจะยืนอย่างสงบโดยชู 3 นิ้ว ร่วมกันแสดงออกอย่างสันติวิธี และสื่อถึงข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มิใช่ล้มล้าง เพื่อให้สถาบันกษัตริย์อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยได้อย่างสง่างาม ไม่ถอยห่างจากระบอบประชาธิปไตย"

    นายกรัฐมนตรี: ระบุว่า "เจ้าหน้าที่มีแผนถวายความปลอดภัยอยู่แล้ว"

    แกนนำกลุ่มไทยภักดีและเครือข่าย: ประกาศเชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อสีเหลืองไปรอเฝ้ารับเสด็จ