7 ประเด็นสำคัญน่ารู้เกี่ยวกับเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2026 เดิมพันครั้งนี้คืออะไร ?

    • Author, เจมส์ ฟิตซ์เจอรัลด์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการลงคะแนนเสียงที่อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อช่วงเวลาที่เหลือในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์

1. การเลือกตั้งกลางเทอมคืออะไร

วันที่ 3 พ.ย. ชาวอเมริกันจะเลือกสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน คือ สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา

การเลือกตั้งดังกล่าวจัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี และเมื่อเกิดขึ้นในช่วงกึ่งกลางของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มีระยะเวลา 4 ปี จึงเรียกว่าการเลือกตั้งกลางเทอม

หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของสภาคองเกรส คือ การจัดทำและผ่านกฎหมายของรัฐบาลกลางซึ่งเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ

ผลการเลือกตั้งกลางเทอมจะเป็นตัวตัดสินว่าระหว่างพรรครีพับลิกันของทรัมป์หรือพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นฝ่ายค้าน พรรคใดจะได้ควบคุมสภาคองเกรส และส่งผลว่าประธานาธิบดีจะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของตนได้ยากง่ายเพียงใด

ผลการเลือกตั้งยังถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดว่าประชาชนในสหรัฐฯ พึงพอใจกับการทำงานของประธานาธิบดีจนถึงขณะนี้มากน้อยเพียงใดด้วย

2. ลงคะแนนเลือกตั้งใครบ้าง

สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีสมาชิกจำนวน 435 ที่นั่ง และเป็นสภาล่างของรัฐสภาจะได้รับการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี และสภานี้มักเป็นสถานที่ที่มีการเสนอและอภิปรายร่างกฎหมาย

ขณะเดียวกันจะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นสมาชิกสภาสูงจำนวน 35 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง โดย สว. ดำรงตำแหน่งวาระละ 6 ปี นอกจากหน้าที่อื่น ๆ แล้ว พวกเขายังมีอำนาจอนุมัติหรือคัดค้านร่างกฎหมายที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ในวันเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วพื้นที่ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ จะเลือกนักการเมืองระดับมลรัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐในรัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดา จอร์เจีย และมิชิแกน จะเป็นการแข่งขันที่ถูกจับตามองมากที่สุด

3. ประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากให้ความสนใจในประเด็นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เนื่องจากพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นทั้งราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อาหาร ที่อยู่อาศัย และบริการด้านสาธารณสุข

อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าระดับเป้าหมายที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำหนดไว้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นกับอิหร่านในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

พรรคเดโมแครตวิจารณ์ว่านโยบายการเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ราคาสินค้าสำหรับชาวอเมริกันสูงขึ้น

ผู้อพยพหรือผู้ย้ายถิ่นฐานก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ พรรครีพับลิกันระบุว่าทรัมป์ได้ทำตามคำมั่นสำคัญในการหาเสียงเมื่อปี 2024 ด้วยการกำหนดมาตรการชายแดนที่เข้มงวดขึ้นและเปิดปฏิบัติการปราบปรามการเข้าเมืองผิดกฎหมายในวงกว้าง ซึ่งมักก่อให้เกิดข้อถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งนักการเมืองระดับสูงจากทั้งสองพรรคเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลเทคโนโลยีดังกล่าว แต่นั่นคือการยืนอยู่คนละฝ่ายกับทรัมป์ที่ปฏิเสธแนวคิดเรื่องการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการพัฒนาเทคโนโลยีนี้

4. อะไรคือเดิมพันครั้งนี้

สภาคองเกรสเป็น 1 ใน 3 อำนาจของรัฐบาล ร่วมกับฝ่ายประธานาธิบดีและฝ่ายตุลาการ การควบคุมสภาคองเกรสจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการออกกฎหมาย

ปัจจุบันทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากของรีพับลิกันมีจำนวนเพียงเล็กน้อยน้อย เพราะมีเสียงอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร 218 ที่นั่ง ซึ่งเป็นจำนวนขั้นต่ำสำหรับการควบคุมสภา บวกกับสมาชิกอิสระอีก 1 รายที่ลงคะแนนเสียงร่วมกับพรรค

ในวุฒิสภา พรรครีพับลิกันมี 53 ที่นั่ง สภาสูงจะเปลี่ยนขั้วเสียงข้างมากได้ก็ต่อเมื่อพรรคเดโมแครตชนะได้ 51 ที่นั่ง ซึ่งจะเพียงพอที่จะชนะเสียงชี้ขาดของรองประธานาธิบดีได้ในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายมี 50 เสียงเท่ากัน โดยปัจจุบันรองประธานาธิบดีเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน

หากพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นฝ่ายค้านสามารถกลับมาควบคุมสภาได้อย่างน้อยหนึ่งสภา พวกเขาจะมีอำนาจในการนำร่างกฎหมายของตนเองเข้าสู่การพิจารณาของสภา

5. ใครอาจเป็นผู้ชนะ

ในอดีตผู้มีสิทธิเลือกตั้งมักจะ "ลงโทษ" พรรคของประธานาธิบดีด้วยการลงคะแนนเสียงไม่สนับสนุนพรรคนั้น

ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์มีคะแนนความนิยมที่ต่ำ เขาเริ่มตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยที่สองด้วยคะแนนนิยมสูงกว่า 50% เล็กน้อย ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยซิลเวอร์ บุลเล็ต (Silver Bullet) แต่เมื่อต้นเดือน ต.ค. คะแนนดังกล่าวตกลงมาอยู่ที่ราว 37% ขณะที่ 61% ไม่พอใจการทำงานของเขา

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกที่นั่งในแต่ละสภาจะเป็นการแข่งขันที่สูสี บางที่นั่งถือว่าเป็นฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครต

สำนักข่าวซีบีเอสนิวส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ระบุว่ามีการเลือกตั้ง สว. 10 เขตที่น่าจับตามอง เช่น ในรัฐไอโอวาและนิวแฮมป์เชียร์ ส่วนการเลือกตั้ง สส. มีเขตที่น่าสนใจ 42 เขต เช่น ในรัฐแอริโซนาและโอไฮโอ

การเลือกตั้งครั้งนี้คาดเดาผลได้ยากกว่าปีอื่น ๆ เนื่องจากทั้งสองพรรคต่อสู้กันในประเด็นการกำหนดเขตเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎร

พรรครีพับลิกันพยายามสร้างความได้เปรียบด้วยการปรับแผนที่เขตเลือกตั้งในบางรัฐให้เอื้อประโยชน์ต่อพรรคมากขึ้น และพรรคเดโมแครตก็ทำตามเช่นเดียวกัน

6. เลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีความหมายอย่างไรต่อทรัมป์

หากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งและครองเสียงข้างมากได้ไม่ว่าจะในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา ทรัมป์ก็จะเผชิญความยากลำบากในการผลักดันกฎหมายใด ๆ ผ่านสภาคองเกรส

ดังนั้นแผนนโยบายภายในประเทศของเขาอาจถูกขัดขวาง แม้ว่าเขาจะหาวิธีใช้อำนาจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาพรรคของเขาเองทั้งหมดก็ตาม

การที่พรรคเดโมแครตควบคุมสภาใดสภาหนึ่งได้ยังหมายถึงการที่พวกเขาสามารถใช้คณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ได้ เช่น ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ห้องบอลรูมใหม่ของทำเนียบขาว และยุทธวิธีของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ประเด็นเหล่านี้อาจถูกตรวจสอบ

นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงภายในพรรคเดโมแครตว่าควรดำเนินการยื่นถอดถอนทรัมป์หรือไม่ ซึ่งหมายถึงการยื่นข้อกล่าวหาต่อสภาคองเกรสเพื่อใช้เป็นมูลเหตุในการไต่สวนทางการเมือง ไม่ใช่การไต่สวนในทางอาญา

หากพรรครีพับลิกันยังคงควบคุมสภาคองเกรสไว้ได้ ทรัมป์ก็จะสามารถเดินหน้าตามแผนงานของตนต่อไปได้ตลอดช่วงเวลาที่เหลืออยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี

7. เลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้มีความหมายอย่างไรต่อการเลือกตั้งปี 2028

ชื่อของประธานาธิบดีไม่ได้ปรากฏอยู่บนบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ทรัมป์ได้เรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันทำเสมือนว่าชื่อของเขามีอยู่บนบัตรเลือกตั้ง โดยให้ลงคะแนนเสียงให้กับเขาเพื่อเป็นการแสดงการสนับสนุนผลงานที่ผ่านมา

ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร บรรดาผู้วิจารณ์ก็น่าจะหยิบยกผลลัพธ์เหล่านั้นมาใช้เป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความรู้สึกของผู้ลงคะแนนเสียงที่มีต่อทิศทางของประเทศภายใต้การนำของทรัมป์

ทรัมป์ไม่สามารถลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สามได้ หลังการเลือกตั้งกลางเทอม เราน่าจะได้เห็นการคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นว่าใครอาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันในปี 2028 และใครอาจเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งในฝั่งของพรรคเดโมแครต

รายงานเพิ่มเติมโดย เดียร์เดร ฟินเนอร์ตี